...จากกรุงเทพฯ มุ่งสู่เส้นทางสายประวัติศาสตร์ ผ่านงานทางสถาปัตยกรรมล้านนา สู่ภาคเหนือ
15 ก.ค. 54 >> ณ จังหวัดอุทัยธานี
เริ่มต้นด้วยงานสถาปัตยกรรม ณ จังหวัดอุทัยธานี ที่เป็นทางเชื่อมผ่านระหว่างเรื่องราวทางวัฒนธรรมจากภาคกลางสู่ภาคเหนือ
วัดอุทยานการศึกษา จ.อุทัยธานี
นอกจากงานสถาปัตยกรรมที่บ่งบอกถึงอดีต ความเป็นมาของสถานที่นั้นๆแล้ว ย่านชุมชนและวัฒนธรรมการเป็นอยู่ ยังเป็นสิ่งที่กำหนดและสะท้อนบอกเล่าเรื่องราวต่างๆได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น ชุมชนเรือนแพ บ้านไม้โบราณ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ที่ยังคงใช้วิถีชีวิตแบบดังเก่าก่อน ทั้งอาชีพ การดำเนินชีวิต และการปรับใช้สิ่งต่างๆที่มีอยู่จากธรรมชาติมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย
สภาพแวดล้อมและบรรยากาศชุมชนเรือนแพ
รายละเอียดที่แสดงถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่นำวัสดุที่มีมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์
16 ก.ค. 54 >> ณ จังหวัดลำปาง(วันแรก)
สถานที่แรกที่ได้ไปเมื่อได้ไปถึงจังหวัดลำปาง คือ วัดศรีรองเมือง ซึ่งถือเป็นพระวิหารไม้สักทองที่สวยงามที่สุดในจังหวัดลำปาง เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นหลังคาซ้อนเป็นซุ้มเรือนยอด มีลายฉลุบนสังกะสี เห็นได้เด่นชัด
จุดเด่นของวัดนี้ คือ เป็นศิลปะพม่า โดยเฉพาะส่วนการตกแต่งเสาทุกต้นภายในวิหาร ที่ใช้กระจกสลับสี ตกแต่งลวดลายจากโคนจนถึงปลายเสา โดยแต่ละเสามีการประดับตกแต่งที่แตกต่างกันไป
>> วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม : เป็นวัดต้นแบบ ที่มีโครงสร้างหลังคาแบบล้านนา เรียกว่า ม้าต่างไหม หรือโครงประดู่ ใช้เสาไม้กับเสาปูนควบคู่กัน
บริเวณด้านหน้ามีเสารูปปั้นสิงห์สองตัว มุมมองของสิงห์สองตัวนี้ทำให้ลดมุมมองของคนทั่วไป ที่โดยปกติแล้วจะดูว่าวิหารหลังนี้ใหญ่ ด้วยรูปทรงและพื้นที่ด้านหน้าที่แคบ
หลังคาของวัดมีลักษณะซ้อนชั้น ลดหลั่นกันไป แต่หากสังเกตุให้ดีแล้วไม่เพียงแต่ระดับของหลังคาเท่านั้นที่ลดทอนสเกลของตัววิหาร ตัวกำแพงวิหารเองยังมีการลดทอน เล่นระดับตามหลังคา
โครงสร้างหลังคา เรียกว่า ไม้ต่างไหม เป็นโครงสร้างแบบล้านนา
>> วัดข่วงกอม : เป็นการนำลักษณะท้องถิ่น วัสดุพื้นถิ่น มาใช้ร่วมกับโครงสร้างคอนกรีต ใช้หินทำในส่วนของรั้ววัด ใช้ปีกไม้ทำในส่วนหลังคา ใช้อิฐในการตกแต่งผนัง และไม้ใช้เป็นโครงสร้างและส่วนประกอบต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีการจัดองค์ประกอบเป็น 3 มิติ มีการเชื่อมโยงที่ว่างกับตัวอาคาร ซึ่งลักษณะเด่นของที่นี่ คือ มีวิหารคดล้อมรอบลานทราย ทำให้เกิดพื้นที่ว่างที่น่าสัมผัส
17 ก.ค. 54 >> ณ จังหวัดลำปาง(วันที่สอง)
>> วัดปรงสนุก นครลำปาง
มีการเล่นปริมาตร 3 มิติ มีบัว(ยื่น) ย่อมุม ที่ฐานมีการเรียงตัวกันของอิฐ แบ่งเป็นระนาบ ให้รู้สึกถึงกำลังรับน้ำหนักในส่วนฐาน ตัววัดมีสีขาวตัดกับท้องฟ้า มีการใช้พืชพรรณไม้ร่วมกับอาคาร แต่เดิมเป็นอาคารไม้ทั้งหลัง ประกอบกับพื้นลานเป็นลานทราย แต่ปัจจุบันได้ถูกบูรณะด้วยการทาสีและเทปูน ทำให้เอกลักษณ์ของความเป็นสมัยก่อนลดลงตามไปด้วย ที่น่าสังเกตุอีกอย่างหนึ่งของวัดปรงสนุกแห่งนี้ คือ แผนผังของที่นี่ไม่สมมาตร ซึ่งจะสังเกตุได้ตั้งแต่บันไดทางเข้า จนถึงวิหารหรือเจดีย์ ที่ไม่ยึดหลักแกน แต่ต้องการเล่นและเปิดมุมมองยักเยื้องสำหรับเส้นทางเดิน ถือได้ว่าเป็นรูปแบบที่แปลกตาที่น่าศึกษาถึงกระบวนการและแนวคิดเป็นอย่างยิ่ง
ภาพทางขวา เป็นการอนุรักษ์ประเภทเก็บร่องรอยเดิมไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อให้ไม่ถูกการบูรณะกลบร่องรอยความเก่า เพื่อยังคงไว้ศึกษาและถือเป็นตัวอย่างที่น่าเก็บรักษา
>> วัดไหล่หิน(หลวง)
วัดนี้สร้างอยู่บนดอน ด้านหลังมีน้ำไหลผ่าน ปัจจุบันยังคงอาคารดั้งเดิมไว้ เมื่อเข้ามายังวัดแห่งนี้ สิ่งแรกที่รู้สึกได้ถึงคือ บรรยากาศที่เงียบสงบ มีการแบ่งภายนอก ภายใน โดยการใช้ที่ว่างเป็นตัวเชื่อมแบ่ง ระบบโครงสร้างเป็นแบบวัดปรงสนุก ภายในไม่ตีฝ้าเพดาน เป็นการโชว์โครงสร้าง ซึ่งถือเป็นการสร้างคุณค่าทางสถาปัตยกรรม
พื้นที่ภายในมี space ระหว่างตัววัดและวิหารคด และยังคงรูปแบบเดิม คือ ลานดิน มีการจัดพื้นที่ landscape เพิ่มความร่มรื่น และหากจะสังเกตุดีดีแล้ว ตัวสิงห์ที่อยู่ด้านหน้าวัด มีการผลักระยะห่างจากตัววัดออกมาไกล เพื่อหลอกสายตามุมมอง ให้วัดดูใหญ่ ถือเป็นวิธีการที่ถูกสรรสร้างผ่านความคิดของคนยุคสมัยนั้น ทำให้เกิดความลงตัว
>> วัดพระธาตุลำปางหลวง : เป็นวัดสำคัญ คู่บ้านคู่เมืองของชาวลำปาง ตัววัดตั้งผยู่บนเนินสูง เป็นที่ประดิษฐาน พระแก้วดอนเต้า มีการจัดวางผังและส่วนประกอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด จากทางเข้าด้านหน้า มีบันไดนาคนำขึ้นไปสู่ซุ้มประตูโขง ซึ่งมีการประดับตกแต่งด้วยลายปูนปั้น เป็นซุ้มที่มียอดแหลมเป็นชั้นๆสี่ทิศ เมื่อลอดผ่านซุ้มประตู ถัดออกไป เป็นวิหารหลวง เป็นวิหารประธานของวัด มีลักษณะเป็นรูปจั่วสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทรงวิหารโล่งตามแบบล้านนา
18 ก.ค. 54 >> ณ จังหวัดเชียงใหม่(วันแรก)
>> ศูนย์การเรียนรู้เรือนไทยล้านนา : เป็นพื้นที่ที่รวบรวมเรือนไทยล้านนาแบบต่างๆ ถือเป็นการเก็บรักษาและอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมแต่เดิมเพื่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานมาศึกษาและซึมซับกับวิถีชีวิตของคนไทยล้านนาในสมัยก่อน ภายในเรือนแต่ละหลังมีลักษณะแตกต่างกันไป
จุดเด่นของเรือนไทย อยู่ที่พื้นที่โล่งใต้ถุน ไว้สำหรับใช้ทำกิจกรรมหรือเป็นพื้นที่เก็บของ และบริเวณชานบ้าน จะเป็นพื้นที่โล่ง มีการเชื่อมต่อภายใน ภายนอกได้อย่างลงตัวตามการใช้งานจริง
เรือนพญาวงศ์ : เป็นเรือนกาแลขนาดกลาง
เรือนกาแล
>> วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร : ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ถือได้ว่าเป็นพระธาตุที่มีความสูงที่สุดในภาคเหนือ ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เป็นเจดีย์ทีมีความสำคัญที่สุดของเมืองเชียงใหม่
เมื่อแรกที่ได้เข้าไปสัมผัส รู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ อาจด้วยสเกล สัดส่วนหรือระยะมุมมอง ทำให้เกิดความเลื่อมใสและนึกย้อนไปถึงอดีตกาล ที่ชาวบ้านต่างพากันศรัทธา ตัวเจดีย์หลวงถูกรายล้อมไปด้วยรูปปูนปั้นรูปช้าง ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของไทย ประกอบกับตัวเจดีย์ทำด้วยอิฐทั้งหมด
วัสดุ : อิฐ คอนกรีต ไม้
>> โรงแรมราชมังคลา : ออกแบบโดย อ.องอาจ ศาสตรพันธุ์ ด้วยการนำรูปแบบ เทคนิควิธีจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ได้จากรูปแบบวัดเก่าในสมัยก่อนมาประยุกต์ใช้ ทำให้เกิดความต่อเนื่องของวัฒนธรรมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คุณค่าของตัวงานอยู่ที่ตัวของมันเอง ที่แสดงออกถึงเรื่องราวผ่านเส้นสาย รูปทรง ทำให้เกิดการรับรู้ เกิดความรู้สึกที่คุ้นเคย เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมไทย-จีน เข้าด้วยกัน วิธีการหลักๆในการออกแบบงานชิ้นนี้ อ.องอาจได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อมองโดยรวมแล้ว เราสามารถแบ่งตัวอาคารออกได้เป็นสามส่วนหลักๆ คือ ส่วนฐาน ส่วนตัว ส่วนหัว เปรียบเสมือนกับหลักในการออกแบบงานสถาปัตยกรรมไทย เมื่อจับประเด็นต่างๆได้แล้ว นำเอกลักษณ์ผสมผสานกับวัสดุท้องถิ่น รวมถึงรูปแบบที่เรียบง่าย ที่ไม่ขัดต่อสายตา นำมาประกอบเข้าด้วยกัน
ภายในมีการใช้พื้นที่เปิดโล่ง ทางเดินเปรียบเสมือนระเบียงคด อีกทั้งรูปลักษณ์และบรรยากาศให้อารมณ์ความรู้สึกเสมือนเข้าไปอยู่เป็นส่วนหนึ่งในวัดสมัยล้านนา การประดับตกแต่งไม่ว่าจะเป็นระเบียง ประตู มีการผสมผสานเอาวัฒนธรรมจีนร่วมสมัยมาปรับใช้ให้สอดคล้อง
>> วัดพระสิงห์ : ตั้งอยู่บริเวณคูเมืองเชียงใหม่ เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์
>> ในหมู่บ้านต่างๆ
19 ก.ค. 54 >> ณ จังหวัดเชียงใหม่(วันที่สอง)
>> วัดต้นแกว๋น : "คุณค่าเพิ่ม = ไม่หนีสิ่งดั้งเดิม"
เมื่อกาลเวลาหมุนไป ย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น การเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันย่อมมีความสำคัญ การคำนึงและอยู่ร่วมกับสิ่งเดิม เคารพต่อสภาพแวดล้อม
เมื่อเวลาเข้าไปสัมผัส จึงเกิดความงดงามในความเก่า และคุณค่าของความเก่า เป็นสิ่งที่คู่ควรแก่การรักษา
>> หมู่บ้านต่างๆ : แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชุมชนไทยล้านนา ที่ยังคงดำรงวัฒนธรรม รูปแบบการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพ รวมถึงยังคงรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งนี้เห็นได้จากการเข้าไปสัมผัสโดยการลงพื้นที่ พูดคุยกับชาวบ้าน และการสังเกตุสิ่งต่างๆรอบตัว ไม่เพียงแต่ผ่านงานสถาปัตยกรรมเท่านั้น
คงไม่แปลกเลยที่เราจะมองบ้านเรือนหรือเส้นสายลายฝาผนังหรือรั้วบ้านว่ามีความสวยงามเสมือนถูกจัดเรียงไว้โดยผ่านการวิเคราะห์และออกแบบได้เป็นอย่างดี การที่ได้มาสัมผัสกับสิ่งที่เป็นธรรมชาติที่สุด ที่ไม่ได้ถูกกะเกณฑ์สิ่งต่างๆไว้ล่วงหน้า แต่ด้วยฝีมือและทักษะตามธรรมชาติที่ชาวบ้านมี กลับสร้างสรรงานที่งดงามที่ไม่เพียงแต่คำนึงถึงความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังคำนึงถึงลักษณะการใช้งานเป็นสำคัญ
20 ก.ค. 54 >> ณ จังหวัดเชียงใหม่(วันที่สาม)
>> หมู่บ้านต่างๆ : เมื่อได้เข้าไปสัมผัสวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน รวมถึงภูมิปัญญาที่ชาวบ้านแต่ละคนช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านเรือน การประกอบอาชีพ หรือแม้กระทั่งความงามจากสิ่งที่เกิดจากความรู้ ความสามารถ การนำวัสดุท้องถิ่นที่มีอยู่มาดัดแปลงใช้ เกิดเป็นฟังก์ชันการใช้งานและความสวยงามรวมเข้าด้วยกัน
วัสดุท้องถิ่น : ไม่ว่าจะเป็นไม้ สังกะสี คอนกรีต ชาวบ้านล้วนนำวัสดุที่มีมาก่อให้เกิดความสวยงามตามมุมมองของชาวบ้านซึ่งส่งมาถึงผู้ที่ได้ไปสัมผัสได้รับรู้ได้อย่างชัดเจน
21 ก.ค. 54 >> ณ จังหวัดสุโขทัย(วันแรก)
>> อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย : อดีตเมืองสุโขทัยเคยเป็นศูนย์กลางการปกครอง ศาสนา เศรษฐกิจ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์มีสถานทีสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น พระราชวัง ศาสนสถาน โบราณสถาน โดยมีคูเมืองและกำแพงเมืองล้อมรอบ
>> วัดมหาธาตุ : เป็นวัดสำคัญในจังหวัดสุโขทัย แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองสุโขทัยในอดีต เจดีย์มีลักษณะทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ เป็นศิลปะแบบสุโขทัยแท้
รูปลายปูนปั้นที่อยู่บริเวณฐาน(พระเดินเอียงซ้าย) เป็นกุศโลบายที่ทำให้คนเมื่อมองภาพนั้นแล้ว ด้วยตามสันชาตญา จะเดินวนขวาตามภาพ และเมื่อสังเกตุให้ดีแล้ว เมื่อมองภาพด้านหน้าตรง สัดส่วนของรูปปูนปั้นพระ จะผิดสัดส่วน แต่เมื่อมองด้านข้างตามทางเดินแล้ว จะเป็นสัดส่วนที่ถูกต้อง ทั้งนี้เป็นการเล่นมุมมองกับสัดส่วน
โดยภาพรวมแล้ว ภายในอุทยานแห่งนี้ เมื่อมองผิวเผิน มีลักษณะร่วมที่เหมือนกัน แต่หากลองมองให้ละเอียดลงลึกเข้าไปแล้ว จะเห็นสิ่งทีแตกต่างกันอยู่ ภาพจิตรกรรมหรือปฏิมากรรมทั้งหลายล้วนเป็นตัวเล่าเรื่องในตัวของมันเอง
>> วัดศรีสวาย : เป็นศิลปะเขมร ประดิษฐสถานพระพุทธรูป พระปราง ซุ้มอยู่แนวเดียวกัน ตัววัดถูกกาลเวลา ทำให้ปูนที่ฉาบลบเลือนไป มีการเรียงอิฐขนาดที่แตกต่างกันไป ซึ่งเกิดการซ้อนทับ และช่องว่าง
>> บ้านป้าปิ่นสีชอล์ค : เป้นเรือนไทยหมู่ที่ถือได้ว่าสมบูรณ์แบบหลังหนึ่ง ภายในมีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน วัสดุที่ให้เป็นไม้หน้ากว้าง ถูกวางจัดเรียงไว้อย่างลงตัว
>> บ้านชาวบ้าน :
22 ก.ค. 54 >> ณ จังหวัดสุโขทัย(วันที่สอง)
>> สนามบินสุโขทัย : เป็นสนามบินเล็กๆ ที่นำเอาเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทยมาประยุกต์ในการออกแบบ อาคารมีลักษณะทรงไทย เปิดโล่งตามศิลปะสมัยสุโขทัยโบราณ มีความกลมกลืนและสอดคล้องกับวัฒนธรรมของจังหวัดสุโขทัย
23
ก.ค. 54
>>
ณ จังหวัดสุโขทัย(วันที่สาม)
>> วัดราชบูรณะ จ.พิษณุโลก : สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย เป็นวัดเก่าแก่ ภายในประดิษฐานหลวงพ่อทองดำ(พระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย)
เจดีย์หลวง : ตั้งอยู่บนเสาอิฐขนาดใหญ่ รองรับฐานรูปแปดเหลี่ยม สูงซ้อนชั้นลดหลั่นกันไป ภายในอุโบสถ มีจิตรกรรมฝาผนัง ภาพชาดกและภาพรามเกียรติ
>> บ้านชาวบ้าน
ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของการออกทริป(ในตำนาน) พวกเราทั้ง 72 คนรวมถึงคณะอาจารย์ที่ร่วมเดินทาง ได้ติดตามเส้นทางสายประวัติศาสตร์ผ่านงานสถาปัตยกรรม ตามรอยอาจารย์จิ๋ว
เป็นระยะเวลา 9 วัน ที่นับได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เราได้ซึมซับกับประสบการณ์ดีดี ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านในแต่ละชุมชน เรียนรู้งานสถาปัตยกรรรมล้านนา การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับการออกแบบ รวมถึงได้เรียนรู้ว่าความงามที่ไม่สมบูรณ์แบบ ถือเป็นรากฐานของสิ่งต่างๆ หรือบางทีการกำหนดทุกสิ่งอย่างให้เป็นดังที่เราคาดหวังไว้ ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีเสมอไป ทั้งนี้งานสถาปัตยกรรมขึ้นอยู่กับทั้งความเป็นจริง คำนึงการใช้สอย และความสวยงาม ควบคู่กันไป
ข้าพเจ้าเคยได้ยินรุ่นพี่คนหนึ่งพูดไว้ว่า เมื่อวันเวลาเปลี่ยนไปในทุกๆปี พวกเราชาว สถ.5 ในแต่ละปีต่างผลัดเวียนมายังสถานที่เดิมๆแห่งนี้ และสถานที่เดิมๆแห่งนี้ในแต่ละปีเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่มีเพียงสิ่งหนึ่งที่ยังคงเหมือนเดิม นั่นคือ อาจารย์จิ๋ว ที่ยังคงเป็นผู้แสวงหาและคอยชี้นำ คอยกระตุ้นพวกเราทุกคน ทุกรุ่น ทุกสมัย ให้มองเห็นรากเหง้าของความเป็นไทย เห็นความเป็นมาและซึมซับไปกับงานสถาปัตยกรรม ที่อาจไม่เคยมีใครมองและเข้าถึง จนเมื่อได้มาสัมผัสเอง
ขอบคุณอาจารย์จิ๋วและคณะอาจารย์ทุกท่าน รวมถึงเพื่อนๆทั้ง 71 คน สำหรับทริปในตำนานครั้งนี้
อีกทั้งชาวบ้านที่น่ารักและทุกสิ่งทีมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมโบราณ ให้เราได้ศึกษากันต่อไป
BY OISEII